SEARCH
Search "ดอนเมือง"

Result 27 List
อุ่นใจทุกการเดินทาง: เจาะลึกสิ่งอำนวยความสะดวกและการบริการสำหรับบุคคลผู้ต้องการความช่วยเหลือพิเศษ ณ ท่าอากาศยานดอนเมือง ท่าอากาศยานดอนเมือง (ทดม.) ยกระดับการบริการเพื่อดูแลบุคคลผู้ต้องการความช่วยเหลือพิเศษ อย่างครบวงจร ตั้งแต่มาถึงสนามบินจนถึงขึ้นเครื่อง มาดูกันว่ามีบริการอะไรที่น่าสนใจและควรรู้บ้าง 1. เตรียมตัวก่อนเดินทาง: ติดต่อใครได้บ้าง? เพื่อความสะดวกสูงสุด ควรแจ้งสายการบินล่วงหน้า เมื่อทำการจองบัตรโดยสาร โดยสามารถติดต่อสายการบินต่างๆ ได้ดังนี้ • สายการบินนกแอร์ (Nok Air) โทร. 1318 หรือ www.nokair.com • ไทยแอร์เอเชีย (Thai AirAsia) โทร. 0 2515 9999 หรือ www.airasia.com • ไทยไลอ้อนแอร์ (Thai Lion Air) โทร. 0 2529 9999 หรือ www.lionairthai.com • บางกอกแอร์เวย์ส (Bangkok Airways) โทร. 0 2024 5990-1 หรือ www.bangkokair.com • บริษัท บริการภาคพื้น ท่าอากาศยานไทย จำกัด (AOTGA) โทร. 0 2535 3818 • ศูนย์ประชาสัมพันธ์ ทดม. ตลอด 24 ชั่วโมง โทร. 0 2535 1192 2. การเดินทางมาสนามบิน และจุดจอดรถ ท่าอากาศยานดอนเมือง เปิดให้บริการ 24 ชั่วโมง และมีการจัดสรรพื้นที่จอดรถไว้รองรับโดยเฉพาะดังนี้ • จุดรับ-ส่ง (Drop-off) 5 จุด ได้แก่ • อาคารผู้โดยสารระหว่างประเทศ (อาคาร 1) บริเวณชั้น 1 ประตู 2 และบริเวณชั้น 3 ประตู 2, 5 • อาคารผู้โดยสารภายในประเทศ (อาคาร 2) บริเวณชั้น 1 ประตู 12 และบริเวณชั้น 3 ประตู 11 • พื้นที่จอดรถพิเศษ (รวม 27 ช่องจอด) ได้แก่ • อาคารผู้โดยสารระหว่างประเทศ (อาคาร 1) (ชั้นใต้ดิน) จำนวน 8 ช่องจอด (ด้านทิศเหนือ 1, ทิศใต้ 7) • อาคารผู้โดยสารภายในประเทศ (อาคาร 2) (ชั้น 3B) จำนวน 17 ช่องจอด • อาคาร Service Hall จำนวน 2 ช่องจอด 3. สิ่งอำนวยความสะดวกภายในอาคาร • บริการยืมรถเข็น (Wheelchair) เพียงแสดงบัตรประชาชนหรือ Passport สามารถติดต่อขอรับบริการได้ที่ • อาคารผู้โดยสารระหว่างประเทศ (อาคาร 1) บริเวณชั้น 3 ประตู 6 • อาคารผู้โดยสารภายในประเทศ (อาคาร 2) บริเวณชั้น 3 ประตู 11 • ตู้ล่ามภาษามือ (TTRS) ติดตั้งบริเวณเคาน์เตอร์ประชาสัมพันธ์ เพื่อช่วยเหลือผู้ที่มีความบกพร่องทางการได้ยินหรือการมองเห็น • แอปพลิเคชัน "SAWASDEE by AOT" ใช้ตรวจสอบข้อมูลบริการและสำรองบริการล่วงหน้าได้ด้วยตัวเอง 4. ข้อกำหนดเรื่องอุปกรณ์วีลแชร์และอุปกรณ์ช่วยเดิน ผู้โดยสารสามารถนำอุปกรณ์ช่วยเดินหรือรถเข็นส่วนตัวขึ้นเครื่องได้ โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม ตามเงื่อนไขดังนี้ • ขนาดอุปกรณ์ (กรณีโหลดใต้ท้องเครื่อง) ขนาด ยาว 140 ซม. x กว้าง 140 ซม. x สูง 100 ซม. • น้ำหนักสูงสุด ไม่เกิน 85 กิโลกรัม • บริการรถยก Ambulift หรือ รถ High Lift สำหรับช่วยเหลือขึ้นลงอากาศยานได้อย่างปลอดภัย โดยมีให้บริการเฉพาะสายการบินไทยแอร์เอเชีย และ AOTGA 5. บริการขนส่งสาธารณะที่เข้าถึงง่าย จัดระบบขนส่งสาธารณะที่ครอบคลุมและเข้าถึงง่ายสำหรับบุคคลผู้ต้องการความช่วยเหลือพิเศษ โดยมีรายละเอียดจุดให้บริการดังนี้ รถโดยสารประจำทาง ขสมก. (BMTA) ทางเลือกยอดนิยมที่เชื่อมต่อเข้าสู่ใจกลางเมือง มีจุดจอดรับผู้โดยสาร ณ อาคารผู้โดยสารระหว่างประเทศ (อาคาร 1) ชั้น 1 ประตู 6 และ อาคารผู้โดยสารภายในประเทศ (อาคาร 2) ชั้น 3 ประตู 8 โดยมีเส้นทางและอัตราค่าโดยสารดังนี้ • สาย A1: ท่าอากาศยานดอนเมือง – สถานีขนส่งหมอชิต 2 (ราคา 30 บาท ตลอดสาย) • สาย A2: ท่าอากาศยานดอนเมือง – อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ (ราคา 30 บาท ตลอดสาย) • สาย A3: ท่าอากาศยานดอนเมือง – สวนลุมพินี (ราคา 50 บาท ตลอดสาย) • สาย A4: ท่าอากาศยานดอนเมือง – สนามหลวง (ราคา 50 บาท ตลอดสาย) บริการรถแท็กซี่ (Taxi) เปิดให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อความสะดวกของผู้โดยสารทุกกลุ่ม • จุดขึ้นรถแท็กซี่ (Taxi) • อาคารผู้โดยสารระหว่างประเทศ (อาคาร 1) ชั้น 1 ประตู 8 • อาคารผู้โดยสารภายในประเทศ (อาคาร 2) ชั้น 1 ประตู 15 • แท็กซี่แบบพิเศษ: มีบริการรถ Taxi สำหรับผู้ที่ต้องการความสะดวกสบายหรือความช่วยเหลือพิเศษเพิ่มเติม เช่น CABB และ EV Taxi รถรับ-ส่งระหว่างสนามบิน (Airport Shuttle Bus) บริการรับ-ส่งระหว่างท่าอากาศยานดอนเมือง (ทดม.) และสุวรรณภูมิ (ทสภ.) ฟรี สำหรับผู้ที่มีตั๋วเครื่องบินเดินทางต่อเนื่องเท่านั้น • จุดขึ้นรถ: อาคารผู้โดยสารระหว่างประเทศ (อาคาร 1) ชั้น 1 ประตู 6 • เวลาให้บริการ: 05.00 น. – 24.00 น. รถไฟฟ้าและทางเลือกอื่น ๆ • รถไฟฟ้าสายสีแดง (SRT RED Line): ทางเลือกที่รวดเร็ว เลี่ยงปัญหารถติด • รถตู้โดยสารสาธารณะ: สาย 555 และรถตู้ปรับอากาศสายอื่น ๆ • บริการรถรับจ้างผ่านระบบ Application สามารถเรียกใช้บริการผ่านแอปพลิเคชันต่าง ๆ ได้ตามปกติ • รถเช่าแบบขับขี่ด้วยมือ: สำหรับผู้พิการที่ต้องการเช่ารถขับเอง ทดม. มีแผนเสนอให้บริษัทเช่ารถจัดเตรียมยานพาหนะที่ควบคุมด้วยมือไว้รองรับโดยไม่คิดค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมจากราคาปกติ ข้อมูลเพิ่มเติม: Facebook: Don Mueang International Airport - DMK
การเคลื่อนย้ายศพเข้ามาภายในประเทศ สำหรับศพหรืออัฐของผู้ถึงแก่กรรมในต่างประเทศ ที่นำเข้ามาทางอากาศยานนั้น ไม่ต้องทำใบขนสินค้าขาเข้าหรือใบขนสินค้าขาเข้าหรือใบขนสินค้าขาเข้าพิเศษฯ มีขั้นตอน ดังนี้ ผู้นำเข้ายื่นหลักฐานแสดงต่อเจ้าหน้าที่ศุลกากร ดังนี้ หนังสือเดินทาง (Passport) ของผู้เสียชีวิต ต้นฉบับหรือสำเนาใบตราส่งสินค้าทางอากาศยาน (Air Waybill) ใบมรณะบัตรไทยซึ่งออกโดยสถานเอกอัครราชทูตไทยหรือสถานกงสุลใหญ่ไทยในประเทศที่บุคคลดังกล่าวเสียชีวิต เอกสารอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง เช่น หนังสือรับรองการเสียชีวิต ระบุเหตุของการเสียชีวิต ซึ่งออกโดยแพทย์หรือโรงพยาบาล ใบมรณะบัตรที่ออกให้โดยทางการท้องถิ่นของประเทศที่บุคคลดังกล่าวเสียชีวิต เจ้าหน้าที่ศุลกากรผู้รับผิดชอบของหน่วยบริการศุลกากร จะตัดบัญชีสินค้าทางอากาศยานและตรวจปล่อยไปได้ โดยให้ผู้นำเข้าลงชื่อรับไว้เป็นหลักฐานในเอกสารการรับสินค้า และต้องจัดให้มีสมุดบัญชี ลงทะเบียนควบคุม การเคลื่อนย้าย/นำศพหรืออัฐิส่งออกนอกประเทศไทย เอกสารที่ใช้ยื่นเพื่อประกอบการพิจารณาดำเนินพิธีการทางศุลกากรขาออกญาติ/ผู้ส่งออก ต้องจัดเตรียมเอกสารสำคัญ เพื่อแสดงต่อพนักงานศุลกากร โดย ไม่ต้องจัดทำใบขนสินค้าขาออก ดังนี้ ผู้ส่งออก ต้องนำต้นฉบับและสำเนาอย่างละ 2 ชุด มาแสดง ดังนี้ ต้นฉบับและสำเนาหนังสือรับรองการเสียชีวิตออกจากโรงพยาบาลแห่งที่รักษาพยาบาลผู้เสียชีวิตนั้น (ในกรณีเสียชีวิตที่อื่น ต้องทำการแจ้งเรื่องแก่ตำรวจแห่งท้องที่ที่เสียชีวิต เพื่อทำการตรวจสอบการเสียชีวิตก่อนออกหนังสือรับรองการตาย และใบมรณบัตร) ต้นฉบับและสำเนาใบมรณบัตร ซึ่งออกโดยสถานีตำรวจแห่งท้องที่ที่เสียชีวิต หรือใบมรณบัตรที่ได้รับรองนิติกรณ์จากทางการไทย (ได้แก่ ที่ว่าการอำเภอ/เขต แห่งท้องที่ที่เสียชีวิต) ต้นฉบับและสำเนาหนังสือเดินทาง (Passport) ต้นฉบับและสำเนาหนังสือรับรองนำอัฐิ/ศพ กลับประเทศจากสถานทูตปลายทาง ต้นฉบับและสำเนาใบตราส่งสินค้าทางอากาศยาน (Air Way Bill) ใบกำกับการขนย้ายสินค้าทางอากาศยาน ผู้ส่งออก ต้องนำเอกสารตามข้อ 1 ไปยื่นต่อพนักงานศุลกากร ณ หน่วยบริการศุลกากรที่จุดตรวจปล่อย (Release Port) เพื่อทำการตัดบัญชีสินค้าทางอากาศยานในใบกำกับการขนย้ายสินค้าทางอากาศยานและตรวจปล่อยต่อไป ผู้ส่งออกต้องลงรายการศพ/อัฐิ พร้อมรายละเอียด ในสมุดบัญชีลงทะเบียนควบคุมของศุลกากร วันที่ปรับปรุงล่าสุด : 8 ตุลาคม 2561  ที่มา : https://shorturl.asia/QF9sk สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม: กรมศุลกากร เลขที่ 1 ถ.สุนทรโกษา คลองเตย กทม. 10110 Call Center : 1164 อีเมล์ : 1164@customs.go.th สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ : สำนักงานศุลกากรท่าอากาศยานดอนเมือง เลขที่ 222 ถนนวิภาวดี-รังสิต แขวงสนามบิน เขตดอนเมือง กรุงเทพฯ หมายเลขโทรศัพท์ : 02-6677000 ต่อ 25-3325
วันที่ปรับปรุงล่าสุด : 19 มีนาคม 2563 ที่มา : https://shorturl.asia/4c7RW สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม : กรมศุลกากร เลขที่ 1 ถ.สุนทรโกษา คลองเตย กทม. 10110 Call Center : 1164 อีเมล์ : 1164@customs.go.th สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ : สำนักงานศุลกากรท่าอากาศยานดอนเมือง เลขที่ 222 ถนนวิภาวดี-รังสิต แขวงสนามบิน เขตดอนเมือง กรุงเทพฯ หมายเลขโทรศัพท์ : 02-6677000 ต่อ 25-3325
"สัตว์มีชีวิต" เป็นของต้องกำกัด ดังนั้น สัตว์เลี้ยงที่ผู้โดยสารนำติดตัวเข้ามาด้วย ไม่ได้รับยกเว้นอากร และต้องได้รับอนุญาตนำเข้าจากกรมปศุสัตว์จึงจะนำเข้าได้ ซึ่งมีรายละเอียดและขั้นตอน ดังต่อไปนี้ การนำสัตว์เลี้ยงเข้ามาในราชอาณาจักรของผู้โดยสารในลักษณะนำเข้ามาพร้อมกับตน เอกสารที่ต้องนำมาแสดง หนังสือเดินทาง (Passport) หนังสือรับรองสุขภาพสัตว์ (Health Certificate) ต้นฉบับ ขั้นตอนการนำสัตว์เลี้ยงเข้ามาในราชอาณาจักร ผู้โดยสารเดินทางเข้ามาในราชอาณาจักรถึงท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ และ/หรือ ท่าอากาศยานนานาชาติอื่นๆ ผ่านการตรวจลงตราหนังสือเดินทางโดยเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมือง และรับสัมภาระและสัตว์เลี้ยง เช่น สุนัข,แมว ผู้โดยสารนำสัตว์เลี้ยง พร้อมเอกสารที่เกี่ยวข้องตามข้อ 1 ข้างต้น ไปที่ด่านกักกันสัตว์ ณ ท่าอากาศยาน เพื่อขออนุญาตนำสัตว์เลี้ยงเข้ามาในราชอาณาจักร โดยหลังจากสัตวแพทย์ประจำด่านตรวจสอบเอกสารและสัตว์เลี้ยงดังกล่าวแล้วไม่พบว่าเป็นโรคระบาดหรือพาหะของโรคระบาด จะดำเนินการออกใบอนุญาตนำสัตว์เข้ามาในราชอาณาจักร (แบบ ร.7) ให้แก่ผู้โดยสาร ผู้โดยสารนำสัตว์เลี้ยงและใบอนุญาตฯ (แบบ ร.7) จากกรมปศุสัตว์ มาแสดงต่อเจ้าหน้าที่ศุลกากร ณ ช่องตรวจมีสิ่งของต้องสำแดง (Goods to declare) เพื่อชำระค่าภาษีอากรและรับใบเสร็จรับเงิน การนำสัตว์เลี้ยงออกนอกราชอาณาจักรของผู้โดยสาร เอกสารที่ต้องนำมาแสดง หนังสือเดินทาง (Passport) ใบรับรองการฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า ขั้นตอนการนำสัตว์เลี้ยงออกนอกราชอาณาจักร ผู้โดยสารต้องยื่นคำขออนุญาตส่งสัตว์ออก (แบบ ร.1/1) และตรวจสุขภาพสัตว์ก่อนการเดินทางไม่เกิน 3 วัน ที่ด่านกักกันสัตว์ ผู้โดยสารนำเอกสารที่เกี่ยวข้องตามข้อ 1 ข้างต้น และสัตว์เลี้ยงมาที่ด่านกักกันสัตว์ โดยหลังจากสัตวแพทย์ประจำด่านตรวจสอบเอกสารและสุขภาพสัตว์เรียบร้อยแล้ว จะดำเนินการออกใบอนุญาตนำสัตว์ออกนอกราชอาณาจักร (แบบ ร.9) พร้อมเอกสารรับรองสุขภาพสัตว์ (Health Certificate) ให้แก่ผู้โดยสาร ซึ่งหนังสือรับรองสุขภาพสัตว์ (Health Certificate) นี้ ผู้โดยสารจะนำไปแสดงต่อหน่วยงานของรัฐที่มีหน้าที่ดูแลเกี่ยวกับสุขภาพสัตว์ของประเทศปลายทางที่จะนำสัตว์นั้นไป ทั้งนี้ สถานที่ตั้งของ ด่านกักกันสัตว์สุวรรณภูมิ ซึ่งดำเนินการตรวจสุขภาพสัตว์และออกใบอนุญาตนำสัตว์ออกนอกราชอาณาจักร (แบบ ร.9) นั้น ตั้งอยู่ที่ อาคารศุลกากรตรวจสินค้าขาออก (CE-1) เขตปลอดอากรคลังสินค้าท่าอากาศยานสุวรรณภูมิชั้น 1 ที่มา : https://shorturl.asia/XSDgR สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม : กรมศุลกากร : เลขที่ 1 ถ.สุนทรโกษา คลองเตย กทม. 10110 Call Center : 1164 อีเมล์ : 1164@customs.go.th สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ : สำนักงานศุลกากรท่าอากาศยานดอนเมือง เลขที่ 222 ถนนวิภาวดี-รังสิต แขวงสนามบิน เขตดอนเมือง กรุงเทพฯ หมายเลขโทรศัพท์ : 02-6677000 ต่อ 25-3325
ของใช้ส่วนตัว หมายถึง ของส่วนตัวที่เจ้าของนำเข้ามาพร้อมกับตนสำหรับใช้เอง หรือใช้ในวิชาชีพ ตัวอย่างเช่น เสื้อผ้า หนังสือ มีจำนวนพอสมควรแก่ฐานะ เว้นแต่รถยนต์ อาวุธปืนและกระสุนปืน และ เสบียง แต่สุรา บุหรี่ ซิการ์หรือยาเส้นซึ่งเป็นของส่วนตัวที่ผู้เดินทางนำเข้ามาพร้อมกับตนนั้น อธิบดีกรมศุลกากรอาจออกข้อกำหนดยกเว้นอากรให้ แต่ต้องไม่เกินปริมาณดังนี้ บุหรี่สองร้อยมวน หรือซิการ์ หรือยาเส้นอย่างละสองร้อยห้าสิบกรัม หรือหลายชนิดรวมกันมีน้ำหนักทั้งหมดสองร้อยห้าสิบกรัม แต่ทั้งนี้บุหรี่ต้องไม่เกินสองร้อยมวน สุรา 1 ลิตร ของใช้ในบ้านเรือน หมายถึง ทรัพย์สินอื่น ๆ ที่ไม่ใช่ของใช้ส่วนตัวซึ่งผู้เดินทางเข้ามาในหรือออกไปนอกราชอาณาจักร นำติดตัวเข้ามาในหรือออกไปพร้อมกับตนและเป็นของที่ผู้นำเข้าใช้สอยตามปกติระหว่างอยู่ต่างประเทศ โดยผู้นำเข้าของใช้ในบ้านเรือนต้องมีกรรมสิทธิ์ในของนั้น ๆ อยู่ก่อนการย้ายภูมิลำเนา เช่น โทรทัศน์ ตู้เย็น เครื่องปรับอากาศ เครื่องประดับ ฯลฯ ของใช้ในบ้านเรือนที่ใช้แล้วดังกล่าว เจ้าของต้องนำเข้ามาพร้อมกับตน เนื่องจากในการย้ายภูมิลำเนาและมีจำนวนพอสมควรแก่ฐานะจะได้รับสิทธิยกเว้นอากร  หลักเกณฑ์การพิจารณายกเว้นอากรของใช้ในบ้านเรือนที่ใช้แล้ว ของใช้ในบ้านเรือนที่จะได้รับการยกเว้นอากรขาเข้าได้ ผู้นำเข้าจะต้องเป็นบุคคลที่ได้ย้ายภูมิลำเนาเข้ามาตั้งในประเทศไทย ไม่ว่าเป็นคนไทยหรือชาวต่างประเทศ และจำนวนของใช้ในบ้านเรือนที่จะยกเว้นอากรให้ได้ จะพิจารณาเท่าที่เป็นจำนวนพอสมควรที่พึงมีพึงใช้ตามปกติวิสัย และผ่านการใช้งานแล้ว โดยต้องเป็นของที่นำเข้ามาจากประเทศซึ่งผู้นำเข้ามีภูมิลำเนาอยู่ก่อนที่จะย้ายเข้ามามีภูมิลำเนาในประเทศไทย สำหรับของใช้ในบ้านเรือนที่เป็นเครื่องใช้ไฟฟ้า เช่น วิทยุ ถ้ามีการนำเข้ามาก็จะยกเว้นให้เพียง 1 เครื่อง ถ้ามีมากกว่า 1 เครื่อง จะยกเว้นอากรให้เพียง 1 เครื่องเท่านั้น ยกเว้นการย้ายภูมิลำเนาทั้งครอบครัว ให้ได้รับยกเว้นอากรได้อย่างละ 2 เครื่อง และเครื่องที่ยกเว้นค่าอากรให้นั้นต้องเป็นเครื่องที่มีค่าอากรต่ำสุด นอกจากวิทยุแล้วอาจมีตู้เย็น เครื่องรับโทรทัศน์ ฯลฯ ให้ถือเกณฑ์เดียวกับวิทยุ ของใช้ในบ้านเรือนดังกล่าว จะต้องนำเข้ามาถึงประเทศไทยไม่เกิน 1 เดือน ก่อนผู้นำของเข้ามาถึง หรือไม่เกิน 6 เดือนนับแต่วันที่ผู้นำของเข้าเข้ามาถึง อธิบดีกรมศุลกากรมีอำนาจขยายกำหนดเวลาที่กล่าวข้างต้นได้ เมื่อเห็นว่ามีพฤติการณ์พิเศษ ชาวต่างชาติที่ย้ายภูมิลำเนามาตั้งในราชอาณาจักร และข้าราชการไทยที่ไปประจำตำแหน่งในต่างประเทศนั้น ให้ได้รับยกเว้นอากรของใช้ภายในบ้านเรือนเท่าที่เป็นจำนวนพอสมควรตามข้อ (1.1) นักเรียนไทย หรือข้าราชการไทยที่ไปศึกษาวิชา หรือดูงานในต่างประเทศ และคนไทยที่ออกไปอยู่ต่างประเทศ ให้ได้รับยกเว้นอากรของใช้ในบ้านเรือนได้ ในกรณีที่มีกรรมสิทธิ์ในของนั้นและได้ใช้สอยอยู่ในต่างประเทศตามปกติก่อนจะเข้ามาในประเทศไทย และของนั้นจะต้องมีจำนวนเท่าที่พอสมควร และต้องมีหลักฐานแสดงว่าได้ไปอยู่ในต่างประเทศไม่ต่ำกว่า 1 ปี การย้ายภูมิลำเนานั้น ให้ถือเกณฑ์การพิจารณา ดังต่อไปนี้ ชาวต่างประเทศ : ชาวต่างประเทศที่ย้ายภูมิลำเนาเข้ามาอยู่ในราชอาณาจักร ต้องเป็นผู้ได้รับโควต้าเข้าเมืองตามที่ ปรากฏในหนังสือเดินทาง หรือใบประจำตัวคนต่างด้าว หรือ ชาวต่างประเทศได้รับอนุญาตให้เข้ามาประกอบอาชีพในราชอาณาจักร จะได้รับการอนุโลมให้ถือว่าย้ายภูมิลำเนาต้องได้รับอนุญาตจากสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองว่าบุคคลผู้นี้จะให้อยู่ได้ไม่ต่ำกว่า 1 ปี กรณีที่ยังไม่ได้รับอนุญาตแต่เป็นเรื่องรีบด่วนต้องยื่นเอกสารอย่างใดอย่างหนึ่งประกอบการพิจารณา คือ หนังสือสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองรับรองว่าจะได้รับอนุญาตให้อยู่ชั่วคราวเป็นปีๆ ไป หนังสืออนุญาตของกรมแรงงานว่า ได้รับอนุญาตให้ประกอบอาชีพในประเทศแล้วไม่น้อยกว่า 1 ปี ชาวต่างประเทศที่เข้ามาในฐานะผู้เชี่ยวชาญ ผู้ชำนาญการพิเศษ หรือภายใต้สัญญาจ้างของหน่วยราชการ ต้องมีหนังสือหน่วยราชการนั้นๆ รับรองว่าบุคคลผู้นั้นได้รับอนุญาตจากสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองให้อยู่ในประเทศในประเภท NON IMMIGRANT แล้ว และจะอยู่ปฏิบัติงานไม่น้อยกว่า 1 ปี กรณีชาวต่างประเทศที่ย้ายภูมิลำเนาตามสามีหรือภรรยา ตามข้อ (2) และ (3) มาด้วย และหากปรากฏว่าสามีหรือภรรยานั้นได้รับอนุญาตให้อยู่ในประเทศไทยไม่น้อยกว่า 1 ปีแล้ว หากสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองได้อนุญาตให้อยู่ในประเทศได้ครั้งแรก 90 วัน ก็ให้อนุโลมว่าผู้ติดตามนั้นย้ายภูมิลำเนาเข้ามาอยู่ในประเทศไทย หมายเหตุ ชาวต่างประเทศที่เดินทางเข้ามาในราชอาณาจักรประเภท Non-Immigrant O ที่เข้ามาใช้ชีวิตบั้นปลาย หรือ ติดตามภรรยาชาวไทยเข้ามาไม่อยู่ในหลักเกณฑ์ตาม 1. ชาวไทย : ชาวไทยหรือข้าราชการไทยที่ไปทำงาน หรือดำรงตำแหน่งในต่างประเทศหรือดูงานในต่างประเทศต้องอยู่ประจำเป็นเวลาไม่น้อยกว่า 1 ปี กรณีที่ต้องเดินทางกลับก่อนกำหนด 1 ปี ต้องมีหลักฐานมาแสดงว่าได้เดินทางกลับเนื่องจากสิ้นสุดสัญญาการจ้าง หรือได้รับคำสั่งให้ย้ายกลับมาปฏิบัติหน้าที่ในราชอาณาจักร หรือเสร็จสิ้นการดูงานก่อนกำหนด ชาวไทยที่ไปอยู่ประจำในต่างประเทศในกรณีอื่นเป็นระยะเวลาไม่น้อยกว่า 1 ปี ต้องให้คำรับรองต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ว่าจะกลับเข้ามามีภูมิลำเนาในประเทศไทย  เอกสารที่ควรจัดเตรียมในการนำเข้าของใช้ในบ้านเรือน ใบขนสินค้าขาเข้าฉบับร่าง หนังสือเดินทาง (Passport) กรณีเป็นชาวต่างประเทศที่ย้ายภูมิลำเนามาอยู่ในประเทศไทยต้องมีหลักฐานอย่างใดอย่างหนึ่ง ดังต่อไปนี้ หนังสือสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองรับรองว่าจะได้รับอนุญาตให้อยู่ชั่วคราวเป็นปีๆ ไป หนังสืออนุญาตของกรมการจัดหางานว่า ได้รับอนุญาตให้ประกอบอาชีพในประเทศไทยแล้วไม่น้อยกว่า 1 ปี ชาวต่างประเทศที่เข้ามาในฐานะผู้เชี่ยวชาญ ผู้ชำนาญการพิเศษ หรือภายใต้สัญญาจ้างของหน่วยราชการ ต้องมีหนังสือของหน่วยราชการนั้นๆ รับรองว่าบุคคลผู้นั้นได้รับอนุญาตจากสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองให้อยู่ในประเทศในประเภท NON-IMMIGRANT แล้ว และจะอยู่ปฏิบัติงานไม่น้อยกว่า 1 ปี กรณีชาวไทยต้องแสดงหลักฐานแสดงว่ามีการย้ายภูมิลำเนา เช่น ใบรับรองจบการศึกษา คำสั่งย้าย หนังสือสัญญาสิ้นสุดการจ้าง ใบตราส่งสินค้า (Bill of Lading /Air Waybill) บัญชีราคาสินค้า (Invoice) (ถ้ามี) บัญชีรายการสิ่งของ (Packing List) หรือเอกสารซื้อขาย (ถ้ามี) ใบอนุญาต กรณีเป็นสินค้าควบคุมการนำเข้า แบบคำร้องขอยกเว้นอากร เอกสารอื่น ๆ เช่น หนังสือมอบอำนาจ หรือหนังสือแจ้งผลตรวจสอบข้อมูลการเดินทางของสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง กรณีที่การประทับตราเดินทางเข้า-ออก ไม่ครบถ้วน เนื่องจากการเข้า-ออก ประเทศไทยโดยผ่านระบบการตรวจหนังสือเดินทางอัตโนมัติ (Automatic Channel)  ขั้นตอนการปฏิบัติพิธีการนำเข้าของใช้ในบ้านเรือน ผู้นำเข้าหรือตัวแทนยื่นคำร้องขอยกเว้นอากร และเอกสารประกอบต่อฝ่ายเอกสิทธิ์และส่งเสริมการลงทุน ส่วนบริการกลาง สำนักงานศุลกากรกรท่าเรือกรุงเทพ หรือ สำนักงานศุลกากร/ด่านศุลกากรที่นำเข้า เจ้าหน้าที่จะทำการตรวจสอบเอกสารและพิจารณาสิทธิในการยกเว้นอากร หากมีของใช้ในบ้านเรือนเข้ามาแต่ไม่มีลักษณะได้รับยกเว้นอากร กรมศุลกากรก็จะดำเนินการเรียกเก็บอากรตามปกติ กรมศุลกากรคืนเอกสารที่ตรวจสอบแล้วให้ผู้นำเข้า เพื่อให้ผู้นำเข้าหรือตัวแทนจัดทำและส่งข้อมูลใบขนสินค้าและนำไปชำระภาษีอากร (ถ้ามี) ต่อไป การรับมอบของไปจากอารักขาของศุลกากร ผู้นำเข้าหรือตัวแทนนำใบขนสินค้าขาเข้าพร้อมเอกสาร ไปขอรับสินค้า ณ ฝ่ายบริการศุลกากร เพื่อจะทำการตรวจปล่อยสินค้า เช่นเดียวกับการตรวจปล่อยสินค้าขาเข้าตามปกติ วันที่ปรับปรุงล่าสุด : 8 ตุลาคม 2561 ที่มา : https://shorturl.asia/mXG6A สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ : กรมศุลกากร เลขที่ 1 ถ.สุนทรโกษา คลองเตย กทม. 10110 Call Center : 1164 อีเมล์ : 1164@customs.go.th สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ : สำนักงานศุลกากรท่าอากาศยานดอนเมือง เลขที่ 222 ถนนวิภาวดี-รังสิต แขวงสนามบิน เขตดอนเมือง กรุงเทพฯ หมายเลขโทรศัพท์ : 02-6677000 ต่อ 25-3325